22-24 มี.ค. 2551

Posted in Diary on เมษายน 2, 2008 by 135challenge

สบาย สบาย
วันนี้มีบุคคลพิเศษมาครับ

คุณทากาฮิโกะ  โกอัน
ประธานกรรมการบริหาร บริษัทไทยยามาฮ่ามอเตอร์
มาร่วมการเดินทางกับเราด้วย ว๊าว ตื่นเต้น

นัดพร้อมกันที่หน้าโรงแรม 10:30

วันนี้มีการตรวจร่างกายกันซีเรียส
วัดความดัน
ผมว่าพยาบาลคนนี้จับชีพจรได้ด้วยครับ

ท่านประธานโกอันวันนี้จะนำหน้าขบวนตั้งแต่โรงแรม
ไปจนถึงภูเขาหิมะมังกรหยก

อ้าวขี่คันไหนล่ะ
rider หนึ่งท่านได้เสียสละเปลี่ยนมือให้ท่านประธานครับ
คือคุณสาธิต ตระกูลกาญจน์  rider สื่อมวลชน จากนิตยสารจักรยานยนต์เวิลด์

ซึ่งท่านประธานจะได้ขับขี่ Nuvo Elegance

อ้าวออกจากโรงแรมกัน 11 โมงกว่า
แวะทานอาหารกันก่อน

บ่ายโมงออกเดินทางไปภูเขาหิมะมังกรหยก
ฝนเริ่มตก มันล่ะซิ
ที rider ก็ต้องใส่ชุดกันฝนสีส้มสะท้อนแสงกันอีกแล้ว

ระยะทางไม่ไกล ประมาณ 35 กม.
แต่เป็นระะทางที่ฝนตก และพอใกล้ๆตีนเขา
หิมะตก โอ้พระเจ้า

ทีม rider ที่นำโดยท่านประธานฯ ก็ไปต่ออย่างไม่ยั่น
ส่วน 135 series ก็ยังวิ่งฝ่าฝน ฝ่าหิมะ อย่างไม่ยั่นเท่ากับใจคนครับ

เรามาถึงทีตีนเขาประมาณบ่าย 2
ที่นี่ตีนเขาต้องจอดมอเตอร์ไซต์ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 3,300 เมตร
ส่วนทีม rider จะต้องขึ้นไปพิชิตความสูงที่ยอดเขาที่ 4,506 เมตร

โดยนั่งรถบัส และไปต่อกระเช้า
หิมะยังตกอยู่ ทั้งหนักไม่หนักสลับกันไป

กระเช้าขึ้นได้ที 6 คน
มองลงมาข้างล่างขณะนั่งกระเช้าบอกได้คำเดียวว่าเสียวว้อย เสียวว้อย

ที่ข้างบนอากาศจะเบาบางกว่าปกติ

ทีมทุกท่านผ่านฉลุย
ถ่ายรูปกันที่จุดพิชิตความสูง 4,506 เมตร
หมดไปหลายร้อยร้อยรูป

ทั้งหมู่ ทั้งเดี่ยว ทั้งรูปคู่ รูปกลุ่มย่อย กลุ่มใหญ่ กลุ่มรวม

หนาวว้อย หนาววววววววววววววว สุดๆ อุณหภูมิ ติดลบ ลบ ลบ
พอลงมาเรามาถ่ายรูปหมู่กันอีกพร้อมมอเตอร์ไซต์ 135 series ทั้ง 10  คัน
ที่มาพิชิตระยะทางกว่า 3,000กม.
ท่ามกลางหิมะตกหนัก
ถ่ายรูปอยู่ประมาณชั่วโมงกว่าๆ

ที่หนักสุดคือท่านประธานโกอัน ก็ร่วมยืนตากหิมะให้พวกเราได้ถ่ายหมู่ รูปคู่กับท่าน อย่างไม่ย่อท้อครับ
และท่านยังนำทีม rider ขับฝ่าหิมะกลับโรงแรมอีกครับ

ยอดเยี่ยมครับ
ตอนเย็นมีงานเลี้ยงปิดทริปกันครับ

นอน หลับสบายครับคืนนี้

พรุ่งนี้ต้องตื่นตี 5 พร้อม 6 โมง เพื่อที่จะต้องกลับโดยเครื่องบิน
จากลี่เจียง ไปลงคุณหมิง
เพื่อที่วันที่ 24 จะต้องกลับจากคุณหมิง มากทม.
ด้วยสายการบินไทย
TG 613 เวลา 15:20 จีน ถึงสุวรรณภูมิ 16:35
ซึ่งวันนี้กัปตันบอกว่าถึงเร็วกว่ากำหนด 15 นาที

ก็เลยมาแตะรันเวย์ประมาณ 16:20

เมื่อออกมาที่ห้อโถงผู้โดยสารขาเข้า
ปรากฎว่ามีสื่อมวลชนจากรายการต่างๆ มาทำข่าวต้อนรับทีม rider กัน
และสัมภาษณ์ทีม rider กันอย่างสนุกสนาน
ที่แน่ๆ ยังไม่จบแค่นี้
ว่ากันว่าจะมีอะไรไม่ทราบต่อเนื่องที่งานมอเตอร์โชว์ที่ bitec
ในวันที่ 5 เมษายนนี้

ถ้าว่างเจอกันนะครับ

21 มีค. 2551

Posted in Diary on เมษายน 2, 2008 by 135challenge

จริงๆ แล้วเราต้องเดินทางไปแชงกรีล่า
และเมื่อวานต้องขึ้นพิชิตภูเขามังกรหยก

แต่เนื่องจากวันที่ 19 ที่เรากำลังจะเดินทางเข้าเมืองลี่เจียง
รถติดยาวเหยียด และห้ามแซงด้วย

มาทราบหลังว่าเป็นรถบรรทุกใหญ่ของทหาร ประมาณ 50 คัน
มีทหารเต็มคันรถ

มีการต่อสู้กันระหว่างคนทิเบต และคนจีน
เป็นเหตุให้มีคนจีนตายที่เมืองแชงกรีล่า

ทางผู้วางแผนเดินทาง ได้มีการประชุมเปลี่ยนแผน
เพราะทางการจีนได้ปิดเมืองแชงกรีล่า
ห้ามเข้าออกชั่วคราว เพื่อความปลอดภัยต่อนักท่องเที่ยว

วันนี้เราจึงขับขี่รถไปที่เมืองโบราณของชนเผ่านาซี ที่เมืองลี่เจียง

เมืองโบราณที่นี่มีอายุประมาณ 700 ปีเลยทีเดียว
ที่เมืองโบราณของชาวนาซี จะเป็นบริเวณกว้าง
มีม้ารับจ้างให้ขี่ชมรอบเมือง

เมืองโบราณของชาวนาซีที่ลี่เจียงนี่
ต้องทำความเข้าใจให้นึกภาพออกเมื่อชมวิดีโอคลิป

เมืองโบราณจะเป็นบ้านที่ทางการจีนอนุรักษ์เอาไว้ให้คงสภาพเป็นบ้านโบราณ
แต่ด้านล่างจะเป็นร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร สำหรับนักท่องเที่ยว

มีโยเกิร์ตสดจากนมจามรีขายด้วยครับ
ที่เมืองจะมีคลองน้ำไหลมาจากภูเขามังกรหยก
ชาวเมืองใช้น้ำในคลองสำหรับอุปโภค บริโภคกัน
ทั้งดื่ม อาบ ซักล้าง

คลองที่นี่น้ำใสแจ๋วยังกะคริสตอลครับ

้อ้อลี่เจียงในภาษาจีนแปลว่า “น้ำสวย”

เมืองนี้ได้ขึ้นเป็นเมืองมรดกโลกครับ
ถ้ามาลี่เจียง แล้วไม่ได้มาชมเมืองเก่าก็เสียเที่ยวแน่เลยครับ

เป็นเมืองเก่าที่มีชีวิต
คือชาวเมืองก็อาศัยอยู่ตามปกติ

ที่ลี่เจียงนี่เป็นชาวนาซี 80-90 %

กลับโรงแรม พักผ่อนตามอัธยาศัย
ทางทีมงานก็นัด 1 ทุ่ม ซ้ำอาหารไทยที่เดิมกันให้หายอยาก
แต่เมนูไม่ซ้ำนะ จะซ้ำก็ใข่เจียวตามคำขอของชาว rider

อร่อย อิ่มแล้วเดินชมเมืองเก่าตอนกลางคืน คลาสิคมาก
แสงไฟสลัวๆ อากาศ ต่ำกว่า 10 องศา

นอน นอน นอน พรุ่งนี้พิชิตภูเขามักรหยกกัน

20 มี.ค. 2551

Posted in Diary on มีนาคม 24, 2008 by 135challenge

วันนี้ช่วงเช้าพิเศษคือ มีการตรวจสุขภาพกันก่อน ทานอาหารเช้าครับ
โดยพยาบาลหญิงที่ร่วมเดินทางกับเรามาตั้งแต่  12 ปันนา

ใครไม่สบายก็ให้ยากันไป แต่ส่วนมาก แข็ง.. แรง..ดี..ครับ

ออกมาที่หน้าโรงแรมเพิ่งจะทราบว่าที่หน้าโรงแรมเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่
เพราะเมื่อคืนมาถึงดึกเลยมองไม่เห็น
ที่นี่เป็นเมืองใหม่ที่อยู่อีกด้านนึงของเมืองเก่า

วันนี้เราขับขี่ผ่านเมืองต้าลี่ เพื่อที่จะไปที่ เจดีย์ 3  องค์
ไม่ไกลจากเมือง

ที่เมืองต้าลี่นี้ ก็คือเมืองตาลีฟู ที่เราๆ เคยเรียนกันมา
เป็นอาณาจักรน่านเจ้าต้นกำเนิดของคนไทย

ส่วนเจดีย์ 3  องค์นี้ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ฮวงจุ้ย
เพราะเมืองต้าลี่ในอดีต เป็นเมืองที่มีทั้งน้ำท่วม แผ่นดินไหว
ผู้คนอยู่อาศัยอย่างแร้นแค้น
ที่นี่ความสูงจากระดับน้ำทะเล ประมาณ 1,970 เมตรครับ
ห่างจาก กทม ประมาณ 2,300 กม.

หางตั๋วเข้าชม เจดีย์ 3  องค์ จะเป็นไปรษณียบัตรส่งกลับบ้านได้ด้วยครับ
แต่มีคิดค่าส่งครับ

ด้านหลังเจดีย์ มีวัด มีเจ้าแม่กวนอิมองค์สูงประมาณ 5 เมตรเห็นจะได้ครับ
และมีเทพต่างๆ ให้กราบไหว้กันครับ

มีร้านขายของที่ระลึก แวะซื้อกันพอหอมปากหอมคอ

จากนั้นเราก็เดินทางไปอีกด้านของเมือง
ไปชมเมืองเก่าของเมืองต้าลี่ที่เขาอนุรักษ์ไว้
มีของขายมากมาย

ถ่ายรูปหน้าประตูเมืองเก่าไว้เป็นที่ระลึก
จากนั้นก็ไปทานอาหารเที่ยงกัน

บ่ายเราก็มุ่งหน้าสู่เมืองลี่เจียง

ออกมาไม่ทันไรฝนก็ตก
ชาว rider ก็ควักชุดกันฝนสีส้มสะท้อนแสงออกมาสวมใส่กัน
และไปต่อแบบไม่กลัวฝนเลยครับ

แต่ที่แปลกหลังจากใส่ชุดแล้วฝนหยุด

เลยแวะถอดชุด แล้วไปต่อ

และที่แปลกอีกถอดชุดแล้ว ฝนดันตกอีกครับ
เลยต้องกลับมาใส่ชุดกันใหม่

พอใส่ชุดก็หยุดตกอีก
ก็เลยต้องถอดอีกรอบ

ก็ลุยกันต่อผ่านมา 1 หุบเขา ก็เข้าใกล้เมืองลี่เจียง
ผ่านสนามบิน แล้วก็เข้าเมือง เข้าที่พักกัน ประมาณ 6 โมงครึ่ง
ที่นี่หนาวมากครับ น่าจะประมาณ ใกล้ๆ 10 องศา บรื๋ออออ

1 ทุ่มครึ่งนัดเจอที่ Lobby ไปทานอาหารไทย
ไชโย อาหารไทยมื้อแรกหลังจากออกจาก ประเทศไทย

เดินเล่นที่เมืองเก่าเมืองต้าลี่ สวยงามมากครับ
มีของขายมากมาย รวมทั้งร้านอาหาร

ดึกแล้วเราก็เข้านอนกัน
ที่นี่มีผ้าห่มไฟฟ้าด้วยครับ
คร๊อก…ฟี่…..

19 มี.ค. 2551

Posted in Diary on มีนาคม 24, 2008 by 135challenge

วันนี้เราจะออกจากคุนหมิง ไปต้าลี่กัน
ออกกำลังกาย
ส่วนล้อหมุนวันนี้พิเศษ
พี่อ๋องและพี่แดงมาตีธงปล่อยทีม rider

วิ่งผ่านเมืองคุนหมิง รถติด รถติด
135 series ทุกคัน  ณ วันนี้วิ่งมาจาก กทม เป็นระยะทาง 2,000 กม. แล้ว
ยังวิ่งฉิว

หลังจากทางเรียบในเมืองคุนหมิง
ก็เจอโปรโมชั่นประจำวันคือทางซ่อม ทางลูกรัง หลุม
อิอิ มันเขาหล่ะ

หยุดพักทานกาแฟ บางท่านเริ่มทาครีม
เพราะอากาศเริ่มเย็นลงครับ
เย็นลง เย็นลง เย็นลง

แวะทานข้าวที่เมืองฉูชง
อร่อยครับ อาหารจีนเช่นเคย

ผ่านหมู่บ้านเล็กๆ ต่างๆ เก่า
ที่เริ่มเห็นคือรถ 2 แรงม้า
เป็นรถลากด้วยม้า 2 ตัว ดูน่ารักดี
แต่บางคันก็ 1 แรงม้า

วันนี้ผ่านตลาดเมืองเล็กๆ
ผู้คนเยอะแยะกลางตลาด
เริ่มเห็นผู้หญิงใส่ชุดคล้ายๆ ชาวเขาบ้านเราครับ

และลุยต่อขึ้นเขา ลงเขา
แต่วันนี้เสียวว้อย เสียวว้อย

เพราหน้าผาริมถนนชัน และสูงมาก
เสียวว้อย เสียวว้อย

วันนี้กว่าจะถึงเมืองต้าลี่ประมาณ 3 ทุ่ม
ระยะทางโหดกว่าทุกวันครับ

รีบทานข้าว รีบนอนครับ

18 มี.ค. 2551

Posted in Diary on มีนาคม 24, 2008 by 135challenge

เดินทางกันมา 6 วันเต็มเหยียด
12-13-14-15-16-17

คิดถึงบ้าน คิดถึงบ้าน

วันนี้เป็นวันเบาๆ
เราก็จะไปสถานที่ท่องเที่ยวของคุณหมิง

วันนี้รหัสเปลี่ยน
7-8-9

ตื่นสายได้กว่าทุกวัน 1 ชม.
ช่วงเช้าเราไปวัดหยวนทง
เป็นวัดเก่าแก่ของเมืองคุนหมิง
เริ่มด้วยไหว้เจ้าแม่กวนอิมครับ
เจ้าแม่กวนอิมที่นี่เป็นปาง 24 มือครับ
และมีอีกองค์เป็นปางนั่งห้อยขาขวาลงครับ

และต่อด้วยมือถูกระถางใบใหญ่ ถูไปเดินวนไป
ให้ครบ 3 รอบ
และอธิฐานแล้วจะได้สมปรารถนา

สลับกับการถ่ายรูปหมู่ เป็นที่ครื้นเครงสบายอุรา

และที่นี่มีพระพุทธชินราช
ซึ่งนำมาจากเมืองไทย โดยพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรี
เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ เมื่อสมัยท่านเป็นนายกรัฐมนตรี

เพื่อเป็นการเชื่อมสัมพันธ์ ไทย-จีน

จากนั้นก็เดินซื้อของกันตามสะดวก
และออกจากวัดหยวนทง
พวกเราก็ตรงไปที่ป่าหิน
ที่นี่เป็นป่าหินสมชื่อเลยครับ
หินแต่ละก้อนทั้งขนาดใหญ่ธรรมดา และใหญ่มาก
มารวมกันอยู่ ณ ที่แห่งนี้

ถ่ายรูปกันสนุกสนาน คนละหลายร้อยท่า ว่าไปนั่น

จากนั้นก็เดินทางกลับเข้าเมือง
และวันนี้ไปทานสุกี้เห็ด ร่วมกับ คุณประพันธ์ คุณจินตนา และพี่แดง

อร่อยเหาะ กับเห็ดเกือบ 20 ชนิด

นอนหลับฝันดีวันนี้ครับ

17 มี.ค. 2551

Posted in Diary on มีนาคม 24, 2008 by 135challenge

6-7-8 คือรหัสนัดหมายของเรา

6 นาฬิกา ตื่น
7 นาฬิกาทานอาหารเช้า
8 นาฬิกา ล้อหมุน

สาหัส สาหัส เพราะเป็นเวลาประเทศจีนครับ
เทียบเป็นเวลาไทยก็ 5-6-7

อ้าวก่อนล้อหมุนสิ่งที่ต้องทำทุกวันของ rider และทีมงานคือการวอร์มอัพ ออกกำลังกายกัน

วันนี้ล้อหมุนผ่านกลางเมืองโม่เจียง
ไปทางคดเคี้ยวขึ้นเขา ลงเขาทีละเป็น 10 กิโลอีกแล้ว แถมด้วยทางซ่อม ลูกรัง ครบสูตรเลยครับวันนี้
135 series ยังคงโชว์สมรรถนะ ได้อย่างยอดเยี่ยม

วันนี้ผ่านชาวบ้านเห็นสภาพชาวบ้านมากมายหลายแบบทั้งเชิงเขา ระหว่างเขา หรือบนเขาสูง

วิ่งมาเกือบร้อยกิโล ก็หยุดพักดื่มกาแฟกัน ยิงอะไรต่างๆ ไป หลังจากยิงกระต่ายมามากแล้ว
แวะทานข้าวที่เมืองเอ๋อซาน อาหารจีนครับ อร่อย เยี่ยม

ระยะทางวันนี้สุดโหดกว่าจะถึงเมืองคุนหมิงก็มืดเลยครับวันนี้
บางท่านบอกว่าวันนี้ได้  test การส่องสว่างของไฟ
คุณประพันธ์และคุณจินตนาผู้บริหารมารอรับทีมทัวร์ริ่งที่โรงแรมคุนหมิง
วันนี้ก็ต้องชักรูปถ่ายร่วมกับผู้บริหารกัน

16 มี.ค. 2551

Posted in Diary on มีนาคม 17, 2008 by 135challenge

มีการตกลงกันใหม่ว่า
เดิมออกจาก 12 ปันนา  จะไปนอนกันที่ซือเหมา
แต่ต้องเปลี่ยนเป็นไปนอนโม่เจียง คือเดินทางเพิ่มขึ้นมาอีกกว่า 100 กม.

เพื่อวันถัดไปที่จะไปคุนหมิง
จะได้เดินทางได้สบายขึ้น

โอเค ออกจากโรงแรม 08:00 น. เวลาจีนครับ
ถ้าเป็นเวลาไทยก็ 07:00 น.

เราตกลงกันที่เวลาจีนคือ 6-7-8
ตื่น 06:00 ทานข้าว 07:00 ล้อหมุน 08:00

เช้านี้เรามีนัดที่ต้องตรวจสภาพรถที่กรมขนส่งทางบก
ก่อนที่จะเดินทางต่อ
วันนี้วันอาทิตย์ เอ้าเอางัย
ไม่มีปัญหาครับ ทางเราให้ทางการทำงานพิเศษให้กับเรา
ดีเสียอีกครับไม่ต้องเข้าคิว
มาถึงตรวจได้เลยครับ

ทุกอย่างผ่านฉลุย ไม่มีปัญหาครับ

เราก็เริ่มออกเดินทางกันประมาณ 09:00 น.

อือฮือต้องบอกว่าเป็นทางสายเก่าที่คดเคี้ยวกว่าเดิม
แถมพื้นถนนก็สภาพแย่กว่าที่ผ่านมาเสียอีกครับ
แต่ด้วย 135 series ไม่มีปัญหากับสภาพถนนครับ

แถมวันนี้อากาศเย็นกว่าทุกวันครับ
เพราะเป็นการลัดเลาะเขาตลอดทาง
และเราก็เริ่มเข้าสู่ทางเหนือขึ้นมาอีก
อากาศก็เย็น ทางก็แย่ลง คดเคี้ยวขึ้น

ที่สำคัญทีม rider ของเราใจสู้ครับ ยากแค่ไหนก็ไม่หวั่น
วันนี้ฝุ่นเยอะครับ
เพราะมีดินถล่มลงมาในหลายช่วงครับ

แวะพักทานกาแฟกันข้างทางบ้าง

เราก็มาถึงที่ซือเหมาประมาณ บ่ายโมงกว่าๆ
ทานอาหารที่มีต้นชาโบราณโชว์ไว้
ว่ากันว่าเป็นไม้จากต้นชาที่มีอายุกว่าพันปี

อาหารที่ทานกันก็อร่อยครับ
มีผัดสามรสไก่ดำ  ผัดพริก ปลาสามรสกับเส้นหมี่กรอบ หมูทอด ผัดผัก 2 อย่าง
ต้มจืด เสิร์ฟชารสชาดดีให้ทานด้วยครับ
แต่ที่สำคัญเราแอบเอาน้ำพริกนรก กับน้ำพริกสวรรค์ไปผสมคลุกเคล้าด้วย
โดยคุณเอมอร ผู้หญิงคนเดียวในทริปนี้แอบซื้อมาให้พวกเราได้ทานครับ

แถมกลางทางยังมีมาม่าต้มยำกุ้งด้วยเผื่อใครหิวยามบ่ายๆ ดึกๆ

อ้อลืมไปวันนี้เรามีผู้ร่วมเดินทางมาด้วยเพิ่มอีกหนึ่งคน เป็นพยาบาลผู้หญิงชาวจีน
เผื่อใครเป็นอะไรยามฉุกเฉิม มีพยาบาลไว้คอยช่วยเหลือเบื้องต้น อุ่นใจไปอีกชั้นครับ

เราออกจากซือเหมาประมาณบ่าย 2 ครึ่ง
ผมว่าเมื่อเช้าทางโหดแล้ว
ตอนบ่ายโหดกว่าครับ โค้ง ทางซ่อม ดินถล่ม โค้งมีแค่ 2 โค้งครับ  โค้งซ้ายกับโค้งขวา แต่โค้งตลอดเวลาครับท่าน
ฝุ่นตลบอบอวน

โอ้พระเจ้าวันนี้กว่าจะถึงที่พักล่อไป ทุ่มครึ่ง
ซึ่งปกติทุกวันจะถึงที่พักประมาณ 5 โมงกว่าๆ ไม่เกิน 6 โมง

วันนี้เหนื่อยสุดๆ ครับ
วันนี้นอนที่โม่เจียง เลยจากซือเหมามาร้อยกว่ากิโล

ที่นี่เป็นเมืองเล็กๆ ที่อยู่ใกล้ภูเขา จึงทำให้เมืองนี้ตอนกลางคืนจะเย็นมากครับ
โรงแรมที่เราพักไม่มีแอร์ครับ ไม่จำเป็นต้องใช้
ชื่อโรงแรม HA NI HOTEL

ตอนนี้ผมฝันอยู่ครับที่มาที่นี่……………….ฝัน ฝัน ฝัน

15 มี.ค. 2551

Posted in Diary on มีนาคม 17, 2008 by 135challenge

ทุกวันทีม rider จะมีการวอร์มอัพออกกำลังกายทุกเช้าหลังอาหารครับ
วันนี้นัดทานอาหารเช้าที่ร้านเยื้องๆ โรงแรมดอกจำปาก็คือโรงแรมที่เราพักนั่นแหละ

อาหารเช้าเป็นข้าวต้มหมูสับ รสชาดดีทีเดียว
มาพร้อมกับขนมปังแท่งยาวแบบฝรั่งเศส
น่าจะได้อิทธิพลมาจากตอนเป็นเมืองขึ้น

ตามด้วยกาแฟร้อนโบราณแบบลาว
อืม ทานแลัวตาสว่างแจ้ง

หลังจากนั้นเราก็ออกเดินทางไปที่หมายแรกคือ
บ่อเตน ที่นี่คือชายแดนลาวที่จะข้ามแดนไปเขตจีนครับ

ระหว่างทางเริ่มจากออกจากหลวงน้ำทามานิดเดียว
ก็จะเป็นถนนระหว่างเมืองซึ่งเป็นถนนที่ลัดเลาะไหล่เขา
ถนนจะคดเคี้ยวยิ่งกว่า ช่วงห้วยทรายมายังหลวงน้ำทาซะอีก

คดเคี้ยวไม่พอเช้าวันนี้อุณหภูมิ 21 องศาเซ็นเซียส
เราจึงเจอโค้งและหมอกหนารวมกัน
ชมได้ในคลิปวิดีโอครับ

สวยงามและธรรมชาติยังสดอยู่ครับ
ถ้าไม่ได้มาไม่ทราบว่าสวยกว่าในคลิปเสียอีกครับ

ก่อนจะถึงบ่อเตน
ทีมงานได้พาแวะเยี่ยมชาวเผ่า แลนแตน
ที่ริมถนนที่เราวิ่งผ่านครับ

มีอะไรพิเศษ
ชาวเผ่านี้จะกันคิ้วออกครับ คือจะไม่มีคิ้ว
ซึ่งมีความเชื่อมาตั้งแต่โบราณแล้วแหละครับ

แล้วเราก็สามัคคีแหกตากัน
งงซิงง ไม่ได้พูดหยาบนะครับ

สามัคคีแหกตาเป็นภาษาลาว
แปลว่าร่วมถ่ายรูปหมู่กันครับ
อิอิ

ไปต่อไปหนทางยังยาวไกลนะเรียว
เรียวมาจากไหนก็ไม่รู้

จากนั้นก็อัดโค้งกันตลอดครับ
โค้งทั้งหมดก่อนถึงบ่อเตน ผมว่าหลายร้อยโค้งครับ

ในที่สุดก็มาถึงบ่อเตนชายแดนลาว
ยื่นเอกสารนำรถผ่านแดนกัน

ช่วงประมาณ พันกว่าไร่ชายแดนบ่อเตนทางจีนได้ทำสัญญาเช่าไว้ครับ

มีคาสิโนด้วย ชาวจีนนิยมมาเล่นกันมาก

ข้ามแดนมาแล้วครับ อยู่ในเขตจีน ฝั่งจีนเรียกว่าเมืองโม่ฮานครับ
จุดนี้ห่างจากเวียงจันทร์ 678 กม.
จากจุดนี้เรามีเป้าหมายไปที่เมืองลา เพื่อแวะทานอาหารเที่ยงครับ

อ้อเวลาหมุนข้ามเร็วขึ้น 1 ชม.
เพราะจีนใช้ timezone ที่ 6 GMT
เร็วกว่าลาวและไทย 1 ชม.

อ้าวหมุนนาฬิกากันเร๊ว

ระหว่างไปเมืองลา
จะมีทั้งทางลัดเลาะเขา และทางด่วน
ซึ่งทางด่วนช่วงปลายนี้ยังสร้างไม่เสร็จ
และถึงสร้างเสร็จแล้ว
ก็ไม่อนุญาตให้รถมอเตอร์ไซค์วิ่งครับ

แต่วิกฤตทำให้เกิดโอกาส
ทางการจีนให้รถทุกชนิดวิ่งได้ในช่วงที่ถนนเสร็จ
ช่วงไหนยังไม่เสร็จก็ออกมาวิ่งทางสายเดิม

ทีมยามาฮ่าเราก็เลยได้วิ่งทางทั้งสองแบบ
มันส์พะยะค่ะ

และทางด่วนของจีนจะเต็มไปด้วยอุโมงค์และสะพาน
ที่สวยงามระหว่างเขา

เราผ่านอุโมงค์ที่ยาวที่สุดขอสายนี้ด้วยครับ
ยาว 3 กิโลเมตรกว่า

โอ้ว๊าว พระเจ้าช่วย
ไม่ได้มาเที่ยวนี้ก็จะไม่เจออะไรที่พิเศษ
และพอเหมาะและพอดี แบบนี้
มีทางทุกประเภท
ไม่ว่าทางตรงของทางด่วน
ทางโค้งพันเลี้ยวตลอดเวลาของทางสายเก่า
รวมถึงทางขรุขระ แบบออฟโรด

สุดๆ ครับ

แวะทางอาหารจีนที่เมืองลา
ประมาณบ่ายโมงกว่าๆ ณ เวลาจีนครับ

ออกจากเมืองลา
ก็เจอทางทั้ง 3 แบบ เช่นเดิม
แต่ครั้งนี้ไกลกว่าครับ

กะว่าจะให้ถึงเมือง 12 ปันนา
หรือที่จีนเรียกว่าเมือง จิ้งหง
แต่ชาวเมืองเรียกว่าเมืองเชียงรุ่งครับ

พอบอกว่าเชียงรุ่ง ก็พอจำได้ในหัวสมองลึกๆ ที่เคยเรียนประวัติศาสตร์

ที่นี่ชาวไทยลื้อพูดภาษาไทยคล้ายไทยภาคเหนือของไทย

ก่อนถึง 12 ปันนา แวะหมู่บ้านชาวไทยลื้อ
เยี่ยมชมบ้านไทยลื้อครับ

ถึงเมือง 12 ปันนา
เข้าพักที่โรงแรมหอฟ้า
เห็นไหมล่ะชื่อยังชื่อคล้ายไทยเลยครับ

ทางอาหารโต๊ะจีนตอนเย็นอีกครับ
ทางเสร็จทีมแวะเดินชมถนนคนเดินใกล้ๆ โรงแรม

และไปต่อ
ชมการแสดงรำ และร้อง ของการแสดงนกยูง
ซึ่งเรียกว่าการแสดงพาราณาสี

ขอบอกได้คำเดียวว่าถ้ามาต้องมาดูครับ
ทั้งสมัยเก่า และใหม่บวกกัน

มีเพลงไทยด้วย
น้องเป็นสาวขอนแก่นยังบ่เคยมี่แฟน บ้านอยู่แดนอิสาน

นอน นอน นอน
พรุ่งนี้ยังมีเป้าหมายรออยู่

14 มี.ค. 2551

Posted in Diary on มีนาคม 16, 2008 by 135challenge

ตื่นจากโรงแรมทานข้าว
ออกจากโรงแรมก่อน 8 โมง
มุ่งหน้าไปอนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งราย
มีชาวยามาฮ่าครับเชียงรายมาร่วมไหว้
และถ่ายรูปหมู่ไว้เป็นที่ระลึก
มีบางท่านอยากไปด้วย

ออกเดินทางไปที่ชายแดนไทยที่อำเภอเชียงของ
ที่นี่มีทีม event มาเซ็ตรอรับขบวนทีม rider ที่ริมแม่น้ำที่จะข้ามแพขนานยนต์
มีการแสดงต่างๆ
มีผู้บริหาร (คุณ กรธัช แก่นจันทร์ดา) จากยามาฮ่า และท่านเจ้าของยามาฮ่าสแควร์เชียงรายร่วมกล่าว
แนะนำ rider และกล่าวอวยพร

countdown เพื่อให้ทีม rider โดนลอยแพ เอ๊ยไม่ใช่ ลงแพขนานยนต์

ลงแพขนานยนต์ก็พาทีมข้ามไปฝั่งลาวซึ่งทางลาวเรียกว่าท่าห้วยทราย
เมื่อขึ้นเหยียบแผ่นดิน ทางการลาวจะมีเจ้าหน้าที่นำสายยางที่มียาฆ่าเชื้อมาฉีดที่ล้อรถทุกคัน

บางทีก็ไปตรวจเอกสารและรถที่ด่านศุลกากร
เสร็จแล้วไปแวะทานข้าวใกล้ๆ

จากนั้นก็ออกเดินทางไปหลวงน้ำทา
ทางที่ไปหลวงน้ำทาเป็นทางคดเคี้ยวตลอดเส้นทาง
และเป็นทางที่ถนนเรียบแปล้ ใหม่เอี่ยม
ทีม rider อัดเข้าโค้งกันมันส์ครับ

แวะทานกาแฟที่เหมืองถ่านหิน แป๊บ
ก็เดินทางต่อไปที่หลวงน้ำทา

เข้าพักที่โรงแรมดอกจำปาครับ
ที่นี่ที่โรงแรมไม่มี internet
ต้องออกมาใช้ internet cafe ที่speed ช้ามาก นาทีละ 200
200 Kib ครับ ไม่ต้องต๊กใจ
280 Kib เท่ากับ 1 บาท
แต่ที่สำคัญคือช้ามาก
เลยทำให้บาง file เพิ่ง upload เย็นวันที่ 15 ครับ

นอน นอน นอน

13 มี.ค. 2551

Posted in Diary on มีนาคม 16, 2008 by 135challenge

ตื่นเช้า วอร์มอัพ ออกกำลังกายยืดเส้นยืดสายและก็ออกจากโรงแรมไป ยามาฮ่าสแควร์พิษณุโลก (เจเอสพิษณุโลกเซลล์แอนด์เซอร์วิส สาขาบ้านคลอง)
มี 2 สาขาแหน่ะ พบปะ พูดคุย ร่วมถ่ายรูปอีกครับพี่น้อง และก็อำลาออกไปต่อที่อุตรดิษถ์ แต่ก่อนออกนอกเมืองมีจุดที่น่าสนใจ ที่สี่แยกอินโดจีน
ซึ่งมีป้ายที่บอกระยะทางไป 3 ทาง 3 ประเทศ
ตรงไป ดานัง ประเทศเวียตนาม 1,010 กม.
เลี้ยวซ้ายไป คุนหมิง ประเทศจีน 1,460 กม.
เลี้ยวขวาไปกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย 1,840 กม.
ก็ต้องถ่ายรูปหมู เอ้ยรูปหมู่อีกแล้วครับพี่น้อง แชะ แชะ แชะ
อ้าวไปต่อก็ต้องเลี้ยวซ้ายซิครับ รอบข้างเริ่มเป็นภูเขาแล้ววววว วิ่งด้วยความแรง และเกาะถนนเป็นเยี่ยม กับ 135 series ของยามาฮ่าซะอย่าง
แวะปั๊ม ปตท อุตรดิตถ์ แล้วก็พักผ่อนเช็ดหน้าเช็ดตาตามอัธยาศัย ดอกไม้หน้าปั๊มสวย แล้วก็เดินทางต่อครับ

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.